posted on 02 Dec 2010 11:23 by jazzervice
ร้างการเขียน blog ซะนาน แอ่นอก(ที่ไม่ค่อยมี) รับเลยว่า ไม่รู้จะเขียนอะไร ฮ่าฮ่า
เอาล่ะ มามั่วกันเลยดีกว่า วันนี้ขอเสนอ to grow on somebody
ลากความหมายจาก dictionary เลยแล้วกัน
If something grows on you, you gradually like it more and more.
อะไรที่มัน grow on เรา นั่นคือ เราไม่ได้ชอบมันทันที แต่พอรู้จักแล้วเราก็คุ้นเคย เริ่มชอบขึ้นมา
ใช้ได้ดีกับ อะไรที่แปลกๆ อินดี้(indy) อัลเทอร์ทีฟ(Alt) แนวทดลอง(experimental)
(ขุดแนวเพลงมาเลยทีเดียว)
เคยมั้ยบางเพลง รู้สึกไม่ชอบเลย ฟังแล้วแปลกๆบ้าง หรือฟังแล้วก็งั้นๆ
เปิดไปเปิดมา เออ ชอบแฮะ อาจด้วยเพราะแรกๆเราไม่ชิน หรือไม่ก็ ฟังไม่บ่อยพอ
พอดีเจ ยัดเยียด เปิดเช้ายันเย็น รักเลย!
แต่เป็นภาพ grow on ค่อยๆเติบโต ก็คือ ไม่ได้ชอบทันที เริ่มสนิท คุ้นเคย แล้วก็ค่อยๆลืมไป
ว่าตอนแรกมันเฟ่ยๆไปยังไง
Never did I like Radiohead's songs, but now it has grown on me.
แต่ก่อนไม่เคยชอบเลยนะเพลงของเรดิโอเฮด แต่ตอนนี้ผมชินและชอบมันซะแล้วล่ะ
หลายๆคน น่าจะเคยเจออการนี้กับเพลงแนวที่ไม่ใช่ป๊อปจ๋า ตลาดจี๋
เหมาะเลย จะใช้สำนวนนี้
Give me a time, I will grow on you when you get to know me more.
ให้เวลาฉันหน่อย คุณจะชอบฉันเองเมื่อได้รู้จักกันมากขึ้น
She's not good looking, but she will grow on you.
เธอไม่ใช่คนดูดีนะ แต่ว่าแกจะชอบเธอเอง
ลองไปใช้ดูนะขอรับ
This idiom will grow on you!
posted on 18 Aug 2010 10:00 by jazzervice
ชื่อเรื่องอาจฟังดูคลุมเคลือๆ ไปหน่อย เอาเป็นว่าเข้าเรื่องกันดีกว่า
ถ้าเราจะบอกว่า
เพื่อนเราเกลียดคณิตศาสตร์ มันก็เลยไม่มีวันที่จะเรียนบัญชีอย่างแน่นอน
มันก็คงจะเป็นสำนวนประเภท ...นับประสาอาร้ายยยยย...
วันนี้เราจึงขอนำเสนอ
let alone, much less, และ not to mention
มาดูตัวอย่างประโยชน์กัน
One of my friend really hate math, not to mention major in accounting.
One of my friend really hate math, let alone major in accounting.
One of my friend really hate math, much less major in accounting.
สามวลีนี้ ใช้แทนกันได้ ในความหมายทำนองว่า "นับประสาอะไรกับ ..." หรือ "ไม่ต้องพูดถึง ...เลย"
เพราะไอ้อย่างแรกที่ง่ายกว่า หรือเป็นไปได้มากกว่ายังไม่เกิดขึ้นเลย
สามารถตามด้วย นามไปเลยก็ได้ ตามด้วยกริยา ลองดูตัวอย่างเพิ่ม
He was with me all day yesterday, much less had a bit on the side.
เขาอยู่กับชั้นทั้งวัน เรื่องจะไปอะสะปะระเฮ่ยกะใครน่ะ ไม่ต้องพูดถึงเลย
a bit on the side คือ ใครที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์หลักของเรา เน้นภาพว่ามีสัมพันธ์ด้วย ชู้หรือกิ๊กก็ว่าไป
We really don't like Korean stars, let alone go to their concerts.
พวกเราไม่ชอบดาราเกาหลีเฟ่ย นับประสาอาร้ายยยกะจะไปคอนเสิร์ต
I'm against the Yanks, not to mention travel in New York (but free ticket is fine).
ผมไม่ชอบไอ้กัน เรื่องไปเที่ยวนิวยอร์คขอร้องไม่มีทางเลย (แต่ถ้าได้ตั๋วฟรีก็ไปนะ)
You never say I love you to her, let alone she will say it to you.
(** ถ้ามีอะไรที่ผิด ท้วงได้ทันทีนะคะ เราไม่ได้เก่งอะไร **)
posted on 08 Jul 2010 22:00 by jazzervice
Today was my very bad day 'cause I had met bad things all day. In the morning I missed the bus because my alarm clock was bad. Then I felt very bored as my very good friend had taken leave from work.
When I took a break at lunch, I thoght I would have a good time. But finally it wasn't like that as my purse had been lost. I felt so sad. I didn't feel any happy at all.
งานเขียนข้างบนนี้ ...สามารถห่วยและดีได้ โดย
1.ดีเลิศ เพราะ พะเอิ้นนนน ข้อสอบให้มาว่า จนตั้งชื่อเรื่องให้คล้องจอง แล้วเขียนเรื่องที่ใช้คำจากชื่อเรื่องให้มากที่สุด
2.ห่วย เพราะ ใช้คำเดิมๆ พร่ำเพรื่อเยอะมาก สร้างความน่าเบื่อให้การอ่าน
วันนี้จะมาพูดถึงกรณี ข้อ2 เพราะข้อแรกนั้นคงเกิดขึ้นได้ยากกว่า
เวลาอะไรดี เราก็บอก good
ถ้าดีมากล่ะ ...very good สิ
เวลาอะไรแย่ bad ไง
ถ้าแย่มาก ...very bad เลย
รู้สึกแย่ oh i feel sad.
เป็นสุข yes, i'm happy.
เบื่อบ้างมั้ย ถ้าคุณพบว่าตัวเอง ใช้กลุ่มศัพท์เดิมๆ ในการแสดงความเห็น และความรู้สึก
ถ้าคุณมีปัญหาแบบนี้ เราขอเสนอให้คุณหัดหา คำอื่นเพิ่มเติม
แต่เดี๋ยวก่อน คุณอาจจะคิดว่า ...จะหาไปไมวะ ในเมื่อ good bad sad happy นี่ชัดเจนสุดๆ
1.ง่ายๆเลย ถ้าคุณต้องเขียนบทความ หรืออะไรก็ตามแต่ เพื่อสอบภาษาอังกฤษ ถ้าขืนใช้ศัพท์อะไรวนๆ และพื้นๆมากอย่างงี้ มันจะบั่นทอนงานเขียนนั้นลดทันที
2.ถ้าคุณต้องสอบภาษาอังกฤษ ...โอ้ว แน่นอนคุณต้องรู้ศัพท์เพิ่ม เพราะเขาไม่ใช้ศัพท์วนๆอย่างนี้แน่ๆ
3.ถ้าคุณใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริง โอ้วยิ่งแล้วใหญ่ มันไม่มีรสชาติเอาเสียเลย
แต่ไม่ต้องตำหนิตัวเอง ถ้าคุณใช้ศัพท์พวกนี้บ่อยมาก อย่าไปโยนมันทิ้ง เพียงแต่หาอะไรเพิ่มเข้าไปในหน่วยความจำ(ยาก) ของคุณดีมั้ย
ถ้าจะชม ...
nice ดี, แจ่ม, ใช้ได้เล้ย
great เยี่ยมไปเลย, ยิ่งใหญ่, เจ๋ง
cool เจ๋ง
awesome เจ๋ง, น่าทึ่ง, แจ่ม
superb เยี่ยม, ประเสริฐ
ถ้าจะติ...
awful หลอน, แย่, น่ากลัว
terrible เลวร้าย
poor ห่วย, แย่
weak (ความสามารถ)อ่อน, ไม่เข้มแข็ง
disapointing น่าผิดหวัง
เป็นสุขจัง ...
satisfied พอใจเลย
pleased เต็มใจ, ยินดี, พอใจ
delighted เป็นสุข, ยินดี
feel high รู้สึกบรรเจิด
เศร้าจริง...
sorrowful เศร้าโสก
depressed เศร้า (อันนี้ค่อนข้างหนัก แบบว่าซึมเครียดเลย)
feel down รู้สึกแย่อะ (ดิ่งลง)
tired of เหน็ดเหนื่อย, เบื่อหน่าย (ตามด้วย noun เช่น i'm tired of your behavior)
~และอื่นๆ อีกมากมาย ...ซึ่งอย่าไปแปลตรงตัวเป๊ะ ๆ มันจะทำให้เรารู้สึกวา ศัพท์มันแปล
ควรใช้ความรู้สึกมากกว่า ว่าคำนี้เป็น แง่ลบ แง่บวก
เช่น ...The traffic was very disappointing today
ซึ่งถ้าเป็นภาษาไทย เราอาจจะรู้สึกแปลกๆ เพราะเราจะไม่ค่อยพูดว่า วันนี้ถนนหนทางน่าผิดหวังมากเลยว่ะ หรือ
วันนี้การจราจรน่าผิดหวังเหลือเกิน
แต่ว่า ในความรู้สึกเมื่อพูดภาษาอังกฤษ ก็เข้าใจได้ว่า เออ วันนี้การจราจรแย่ว่ะ ทำชั้นอกหักกันเลยทีเดียว
หรือ
I'm anything but satisfied.
แปลตรงๆก็คือ ชั้นเป็นได้ทุกอย่างเลยนะ ชั้นรู้สึกได้ทุกอย่างเลย ยกเว้น "พึงพอใจ"
ซึ่งมันก็คือ การเน้นว่า ไม่พอใจอะ ไม่ชอบใจเลย (กับสิ่งนี้)
โลกนี้มีกี่ความรู้สึกก็ตาม ชั้นรู้สึกหมดเลย ยกเว้น "พอใจ"
ลองฝึกหัดเอาไปใช้กัน อย่าลืมเรื่องของการเติม -ed สำหรับศัพท์บางศัพท์ ลองศึกษาดู
เช่น
I always please you. - ชั้นเอาใจเธอตลอดเลย
แต่
I am always pleased with you. - เราพอใจในตัวเธอน่ะ (เอิ่ม หมายถึงว่า เธอนิสัยถูกใจเรา หรือ เราสุขใจเวลาอยู่กับเธอ)
ลองใช้กันดูนะคะ